banner
979
จันทร์ ที่ 4 เดือน ตุลาคม พ.ศ.2564 แก้ไข admin

100 ครอบครัว กับ บริษัท บีคัมเวลท์ จำกัด


 เมื่อได้รับการติดต่อว่าทางบริษัท บีคัมเวลท์ จำกัด  เพื่อมีความประสงค์ช่วยเหลือครอบครัวที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด  ด้วยการมอบทุนทรัพย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งครอบครัวที่มีเด็กแรกเกิดหรือเด็กเล็ก  ที่พ่อแม่ผู้ปกครองติดเชื้อโควิด-19 ได้รับผลกระทบไม่สามารถเลี้ยงดูบุตรและประกอบอาชีพได้   ทางทีมงานโครงการครูข้างถนน/โครงการโรงเรียนเด็กก่อสร้างเคลื่อนที่  มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก  ต้องคิดหนักมาก  เพราะนั้นหมายถึงการลงชุมชน  ซึ่งบางชุมชนก็นยังมีการติดโควิด-19 อยู่   จึงให้ทางทีมงานเช็คทุกชุมชน   ซึ่งมีการบริหารจัดการ พร้อมกับจัดการตัวเองทั้งทีม  เพื่อให้รอดจากโควิด-19  และทำงานต่อได้ ทางทีมงานขอเข้าร่วมโครงการบริจาค “ภาพสะท้อนในตา ที่ไม่อาจนิ่งดูดาย ” 100 ครอบครัว กับบริษัท บีคัมเวลท์ จำกัด  มีเวลาทำงานประมาณ สอง อาทิตย์  ทีมงาน 3 คน ไหวไหม

 (1)  เริ่มตั้งแต่เอารายชื่อ ครอบครัว ทุกชุมชนที่ทำงานอยู่ เน้นครอบครัวที่ติดโควิด-19  ก่อนเป็นอันดับ  มีทั้งหมดกว่า 375 ครอบครัว  ซึ่งมีครอบครัวต่างด้าวด้วย  ตัดครอบครัวต่างด้าวออกก่อน

(2) ทีมงานทั้ง 3 คน มาพิจารณาด้วยกันที่ละครอบครัว  ว่าทำไหมครอบครัวถึงได้   ได้ด้วยเหตุผลอะไร ให้กลับไปดู วัตถุประสงค์ของ  บริษัทบีคัมเวลท์ จำกัด ในการทำกิจกรรมร่วมกัน คือ คัดเลือกครอบครัวผู้เดือดร้อนจากสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19  จำนวน 100  ครอบครัว เพื่อรับเงินบริจาคช่วยเหลือครอบครัวละ 2,000  บาท

(3) ทำรายชื่อใหม่  พร้อมกับนัดที่ละครอบครัว แล้วประเมินอีกครั้งค่ะ ว่าครอบครัวเหล่านี้ ควรที่จะได้รับเงิน ครอบครัวละ 2,000 บาท  แล้วลงมอบให้เลย  ซึ่งแต่ละครอบครัวกล่าวคำขอบคุณ  บางครอบครัวบอกว่า สามเดือนแล้วที่ไม่มีติดกระเป๋ากันเลย เป็นครั้งแรกที่มีเงิน   /บางครอบครัวก็บอกว่าค้างค่าเช่าบ้านมากว่า 3 เดือน ขอเอาไปผ่อนส่งก่อน ก่อนที่จะถูกไล่ออกไปนอนข้างถนน/  บางครอบครัวทางทีมงานของครูพยายามโน้มน้าวให้ซื้อมือถือ เพื่อเป็นอุปกรณ์การเรียนของเด็กที่เรียนออนไลน์  เพราะคิดว่าเด็กบางครอบครัวต้องได้เรียนต่อเนื่อง

(4) ลงดำเนินการ ระหว่างหน้างาน มีครอบครัวที่ต้องพิจารณาว่าเดือดร้อนจริง จริง และบางครอบครัวก็หายวับไปกับโควิด-19  คือย้ายกลับไปต่างจังหวัด หรือบางครอบครัวก็ย้ยไปเรื่อยๆ   เพราะกลัวโควิด-19  ในชุมชน  บางครอบครัวก็อ้อนวอน/ร้องไห้ นำตาหมดกับไปหลายปี๊ป  สำหรับครูก็ต้องใจแข็งแกร่งเกินการเก็บอารมณ์   แต่งานทุกอย่างก็ต้องเสร็จมีเวลาตามกำหนด

 

  

จากการทำงานโครงครูข้างถนน/โครงการงโรงเรียนเด็กก่อสร้างเคลื่อนที่  ได้ดำเนินการดังนี้

ตารางการช่วยเหลือ ครอบครัว

 

 

วัน/เดือน/ปี

ชื่อชุมชน

จำนวน

ครอบครัว

จำนวนเด็ก

15 กันยายน 2564

ชุมชนหลังวัดหลักสี่

2

6

15 กันยายน  2564

ชุมชนประชาอุทิศเสือใหญ่

10

24

17 กันยายน  2564

ชุมชนร้อยป่า

16

31

17 กันยายน  2564

ครอบครัวเร่ร่อนบางนา

1

1

20 กันยายน  2564

ชุมชนคลองส้มป่อย

17

37

21 กันยายน  2564

ชุมชนโค้งรถไฟยมราช

38

77

22 กันยายน  2564

ชุมชนหลังอาคารสงเคราะห์

4

11

22 กันยายน  2564

ครอบครัวโบ๊เบ้มหานาค

1

7

22  กันยายน  2564

ชุมชนเพชรบุรีตัดใหม่ ซอย 7

13

31

รวม

 

 

102

225

 

สภาพครอบครัว ในแต่ละชุมชน

               -ครอบครัวในชุมชนหลังวัดหลักสี่  จำนวน 2 ครอบครัว โดยมีนางสาวพรรณี  สังขโบสถ์  เป็นคนดูเด็กจำนวน 6 คน เดิมยังไม่เกิดสถานการณ์โควิด-19 ก็เผชิญกับการไม่มีรายได้เลี้ยงดูเด็ก  มาพบกับสถานการณ์โควิด-19  เด็กต้องออกมาช่วย ยาย/ย่า  เริ่มตั้งแต่ขุดดินหาไส้เดือน  นำไส้เดือนไปตกปลา   ได้ปลามา นำไปตากแห้ง   เมื่อปลาแห้ง นำไปทอด ใส่ถุง ให้กลุ่มเด็กที่โต จำนวน 3 คนสลับกันไปขายตามชุมชน  ถุงละ 20 บาท นำเงินไปซื้อ ข้าวสาร/อาหารแห้ง มาเลี้ยงกันในครอบครัว

               ทั้ง 2 ครอบครัว  เมื่อมาพบกับสถานการณ์โควิด-19 ระลอกที่ 3 ทำให้การเรียนออนไลน์ของหลานเจอปัญหา เด็กไม่ได้เรียน เพราะมีมือถือที่สามารถใช้เรียนออนไลน์เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น  ทางโครงการฯพิจารณาถึงความสำคัญทางการศึกษา จึงมอบเงินจากทางโครงการ “ภาพสะท้อนในดวงตา ที่ไม่อาจนิ่งดูดาย”  เป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว และซื้อมือถือสำหรับในการเรียนของเด็กจำนวน 1 เครื่อง

  

               -ชุมชนประชาอุทิศเสือใหญ่  เป็นชุมชนที่อยู่ในซอย รัชดาภิเษก 26 มีจำนวนที่ทางโครงการฯได้ช่วยเหลือ จำนวน 10 ครอบครัว มีเด็กจำนวน 24 คน โดยมีกลุ่มคนผู้สูงอายุและเด็ก ซึ่งไม่มีบ้านเลขที่ เป็นเพียงบ้านเช่า  อยู่กลางซอยประมาณสัก 50 ครอบครัว  โดยในแต่ละบ้านจะเป็นที่เก็บขยะอิเลคทรอนิค                     

              ผู้สูงอายุเหล่านี้จะนั่งแกะ/ปอกเปลือกทองเหลือง/ทองแดง ขาย กิโลกรัมละ 100 บาท เมื่อเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2564  ได้มีการติดโควิด-19  กันทั้งชุมชน  มีการหยุดการออกจากชุมชน พร้อมทั้งไม่มีการซื่อ-ขาย ขยะกันเลย เป็นเวลากว่า 2 เดือน ทั้งเด็กและผู้สูงอายุ ขาดรายได้ค้างค่าเช่าบ้าน  ขาดแคลนอาหาร  ทางโครงการฯได้มอบชุดถุงยังชีพไปจำนวน 70 ชุด พร้อมยาพารา/ฟ้าทะลายโจร  เพื่อประคองให้ทุกครอบครัวอยู่กัน  ทางโครงการฯจึงพิจารณามอบเงินจากโครงการ “ภาพสะท้อนในดวงตา ที่ไม่อาจนิ่งดูดาย” 

  

               -ชุมชนร้อยป่า  เป็นชุมชนที่ชาวมุสลิม อาศัยอยู่  และเกิดการระบาดโควิด-19  ทั้งชุมชน  ตั้งแต่เดือนมิถุนายน เป็นต้นมา   ในขณะนี้มีอีกหนึ่งครอบครัวที่ภรรยาของอาสาสมัคร  ยังอยู่ในห้อง ICU ซึ่งเชื้อโควิด-19 ลงปอด ในปัจจุบันทางโรงพยาบาลได้มีการเจาะคอ เพื่อรักษาตามอาการ

               ทางโครงการฯได้ดำเนินการมอบเงินตามโครงการ “ภาพสะท้อนในดวงตา ที่ไม่อาจนิ่งดูดาย”  จำนวน 16 ครอบครัว เด็ก 31 คน ได้มีการแบ่งปันชุดถุงยังชีพให้กับเด็กทุกคน ทุกครอบครัวติดโควิด-19 ทั้งเด็กและผู้ใหญ่  ในช่วงที่ติดขาดแคลนข้าวสารอาหารแห้ง  เพราะทางหน่วยงานให้เพียงข้าวกล่อง  และการไม่มีงานทำของครอบครัวเด็กส่งผลให้พ่อ/แม่เด็กตกงาน เพราะส่วนมากเป็นแรงงานนอกระบบ 

 

               -ครอบครัวเร่ร่อนบางนา  จำนวน 1 ครอบครัว 1 คน ด้วยทางโครงการครูข้าถนน ลงไปสำรวจพื้นที่ เพื่อต้องการให้คนเร่ร่อน/เด็กเร่ร่อนรับวัคซีน  ได้พบกับครอบครัวนี้ พากันไปเร่ร่อนที่ถนนสุขุมวิท 19  ใช้ชีวิตบนถนนมาตั้งแต่เดือนมีนาคม เป็นต้นมา เนื่องมาจากการค้างค่าเช่าบ้านไม่ได้จ่าย   ใช้การขอทานหารายได้  เด็กเองก็ไม่เรียนออนไลน์อย่างต่อเนื่อง  ทางแม่ได้ไปรับหนังสือเรียนขอลูก

               เมื่อต้นเดือนกันยายน ทางโครงการครูข้างถนน ติดตามว่าแม่พาเด็กไปอยู่ไหน  ไปอาศัยปั้มแก๊สสยามราชอยู่ โดยมีแม่ค้าข้าวแกงให้ช่วยงานและให้นอนที่ร้าน  จนกลางเดือนเจ้าของร้านติดโควิด-19 มาอาศัยนอนที่ข้างถนน หน้าร้านข้าวแกง  ทางโครงการจึงพิจารณามอบเงินตามโครงการ “ภาพสะท้อนในดวงตา ที่ไม่อาจนิ่งดูดาย”  ให้เด็กนำเงินไปซื้อมือถือในการเรียนออนไลน์และติดตามงานที่ค้าง  กับครูประจำชั้น 

 

               -ชุมชนคลองส้มป่อย ทางโครงการฯ ได้ดำเนินการช่วยเหลือ พร้อมมอบเงินสงเคราะห์รายครอบครัวตาม โครงการ “ภาพสะท้อนในดวงตา ที่ไม่อาจนิ่งดูดาย”  จำนวน 17 ครอบครัว เด็ก 37 คน  ซึ่งในชุมชนแห่งนี้ติดโควิด-19 ทั้งชุมชน  มีบางครอบครัวที่ไม่หนัก ใช้การรักษาตัวที่บ้าน  และมีเด็กบางส่วนที่ออกไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลสนาม ที่โรงเรียนวิทยาลัยสารพัด  และทางกรรมการได้ทำโครงการแบ่งปันอิ่มท้อง เป็นเวลา 1 เดือน  คนในชุมชนจึงมีข้าวกล่อง อย่างน้อย 2 มื้อ รับประทาน

               แต่สิ่งที่พบคือพ่อ/แม่ของเด็ก ค้างค่าบำรุงการศึกศึกษา ที่โรงเรียนของลูก กว่า 12 ครอบครัว  เด็กบางคนไม่สามารถเข้าเรียนออนไลน์กับห้องเรียนได้เพราะไม่ได้จ่ายค่าบำรุงการศึกษาลูก  จึงไม่มีเวลาเรียน ที่เด็กได้เข้าเรียน  ในขณะนี้ได้ดำเนินการช่วยเหลือได้จำนวนหนึ่งเท่านั้น

  

               -ชุมชนโค้งรถไฟยมราช ทางโครงการฯ ได้ดำเนินการช่วยเหลือ พร้อมมอบเงินสงเคราะห์ รายครอบครัว ตามโครงการ “ภาพสะท้อนในดวงตา ที่ไม่อาจนิ่งดูดาย”  จำนวน 38 ครอบครัวเด็ก 77 คน แต่ยังมีครอบครัวอีกจำนวนหนึ่งที่ย้ายชั่วคราว  เพราะชุมชนแห่งนี้ติดโควิด 3 ครั้งแล้ว  และคนในชุมชนได้วัคซีนแค่เข็มแรกเท่านั้น
               สิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็ก จะมีเด็กจำนวน 27 คน ที่ลงไปขายดอกจำปี/ดอกจำปา บนถนน  และกำลังเป็นเรื่องร้องเรียนกันอยู่ที่สำนักงานปลัด / บ้านพักเด็กและครอบครัว กรุงเทพมหานคร   กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์   เรื่องเด็กเหล่านี้ถูกบังคับให้มีการค้าแรงงานเด็กและค้ามนุษย์   แต่ความจริง คือครอบครัวเด็กเหลานี้ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 

 

               -ชุมชนหลังอาคารสงเคราะห์  ทางโครงการฯได้ดำดำเนินการช่วยเหลือ พร้อมมอบเงินสงเคราะห์ รายครอบครัว ตามโครงการ “ภาพสะท้อนในดวงตา ที่ไม่อาจนิ่งดูดาย”  จำนวนเด็ก 4 ครอบครัว เด็ก 11 คน  เด็กทั้งหมด ขายดอกจำ/ดอกจำปา  ที่สี่แยกโค้งรถไฟยมราช  และ ทั้งหมดติดโควิด-19  มีจำนวน 1 ครอบครัว และผู้ใหญ่ 1 คน ที่ออกจากชุมชนไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลสนาม  อีก 3 ครอบครัวรักษาที่บ้าน เพราะมีการแยกห้องนอน ทางโรงพยาบาลรามาธิบดี ส่งอาหารพร้อม ยาและผลไม้ ทั้ง 3 มื้อ  มีการติดตามผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง

               ทางกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ได้ช่วยเหลือ/และบริการรถนำเด็กจำนวน 3 คน พร้อมพ่อ ไปตรวจคัดกรองที่ ศูนย์พักคอยเกียกกาย  สิ่งที่พบ คือพ่อ/แม่ ของตกงานไม่มีรายได้ดูแลเด็กเลย

  

               -ครอบครัวโบ๊เบ๊มหานาค  มีจำนวน 1 ครอบครัว เด็กจำนวน 7 คน   และติดโควิด-19  เน้นในการรักษาทางเลือก เน้นในการอยู่บ้านไม่ออกจากชุมชน ในช่วงเดือนมิถุนายน จนถึงเดือนสิงหาคม  ที่ทางครอบครัวขาดรายได้  ออกไปรับจ้างไม่ได้ เพราะมีการระบาดที่ตลาดโบ๊เบ๊   ครอบครัวนี้จึงได้รับผลกระทบ   ทางโครงการฯ จึงดำเนินการช่วยเหลือ ตามโครงการ “ภาพสะท้อนในดวงตา ที่ไม่อาจนิ่งดูดาย”  พร้อมมอบถุงยังชีพ จำนวน 6 ชุดให้กับครอบครัวนี้ด้วย

  

               -ชุมชนเพชรบุรีตัดใหม่ ซอย 5,7  ทางโครงการฯได้ดำดำเนินการช่วยเหลือ พร้อมมอบเงินสงเคราะห์ รายครอบครัว ตามโครงการ “ภาพสะท้อนในดวงตา ที่ไม่อาจนิ่งดูดาย”  จำนวน 13 ครอบครัว เด็ก 31 คน   ด้วยงบประมาณหมด  ยังมี อีก 5 ครอบครัว ที่ต้องการความช่วยเหลือ แต่ไม่สามารถดำเนินการช่วยเหลือได้

               ชุมชนแห่งนี้ติดโควิด-19  ทั้งชุมชน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน เป็นต้นมา  ครอบครัวทุกครอบครัวได้รับเงินสงเคราะห์ ทุกครอบครัวติดโควิด -19  มีจำนวน 1 ครอบครัวที่เสียแม่อายุ 78 ปีที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงเสียชีวิต

               มีครอบครัว หนึ่ง ไปรับการฉีดวัคซีนมา  ผู้สูงอายุกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง

               มีอีก หนึ่งครอบครัว  แม่เด็กที่ป่วยเป็นปัญหาสุขภาพจิต ได้หายออกจากชุมชน  คุณยายต้องเลี้ยงหลาน 3 คน 

               ทางโครงการครูข้างถนน โครงการโรงเรียนเด็กก่อสร้างเคลื่อนที่  มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก ได้มีการประสานส่งต่อกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  ในช่วยเหลือต่อเนื่อง