banner
248
อังคาร ที่ 30 เดือน ตุลาคม พ.ศ.2561 แก้ไข admin

น้ำตาตกที่.....โรงพัก


 นางสาวทองพูล  บัวศรี

ผู้จัดการโครงการครูข้างถนน  มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก

 

          เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2561  ครูกำลังอธิบายงานให้กับทีมงานจิตอาสาของ  “กองทุนวิจิตรพงศ์พันธุ์”   จำนวน 4 คน พร้อมทีมงานของครูเองฟัง

          โทรศัพท์เสียงดังเพราะครูเปิดไว้เอง เพราะคิดว่าจะมีเด็กออกจากโรงพยาบาล เด็กผ่าตัดไส้ติ่ง ตั้งแต่วันจันทร์ตอนกลางคืนน่าจะออกจากโรงพยาบาลวันนี้

          เสียงที่ดังเป็นสามีของ นางใจ(นามสมมุติ) ครูครับผมมีเรื่องปรึกษา อยากฝากลูกคนเล็กไปไว้ที่สถานสงเคราะห์ก่อน   แม่ของปุ้(นามสมมุติ) อายุประมาณ 10 เดือน ไม่มีคนดูครับครู  (เสียงร้องไห้ของลูกผู้ชายเล็ดรอดออกมาจากทางโทรศัพท์)   เมียผมนางใจ ถูกตำรวจสายสืบจับเมื่อเช้าครับครู  ข้อกล่าวหา  “มียาไอซ์ไว้ครอบครองเพื่อเสพ”

            เสียงครู ตระโกนดังว่า ........เป็นไปได้อย่างไร แค่มีเงินจะกินอาหารก็แทบไม่พอกันอยู่แล้ว  จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อยาไอซ์   

          สามีของนางใจ  เด็กฝั่งเพลินจิตเอามาฝาก   พอเด็กคนนั้นเดินพ้นจากที่พัก บ้านบนตอม่อ   ตำรวจก็เข้ามาจับเลยครับ  พร้อมกับจับเด็กเร่ร่อนไปอีกสามคน  เจ้าบอล  เจ้าแบงค์ เจ้าฟ้า  (นามสมมุติ)  ไปด้วย   ผมกลับมาพอดี  จึงได้ดูลูกอีกสองคน

          ถูกจับตั้งแต่แปดโมงเช้า  เพิ่งจะตื่นกัน  น้ำยังไม่ได้อ่านเลย เจ้าปุ๊ยังไม่ได้กินนมเลย ร้องไห้ใหญ่เลย   ผมจนปัญญา ผมเครียด ผมไม่รู้จะทำอย่างไรครู




          ใจเย็นๆๆ  ครูขออธิบายงานให้เสร็จก่อน   เดี๋ยวครูช่วยกันหาทางออกนะ   ใจเย็นเข้าไว้  

          จิตอาสาทั้งหมด บอกว่าอยากลงพื้นที่แล้ว   ซึ่งพวกเขาคงอยากให้ครูได้ทำงานต่อ  หาทางออก  เพราะสองเรื่องใหญ่ทั้งนั้น  แถบเป็นวันศุกร์แห่งชาติอีกไปทางไหนรถก็ติดแน่นอน

          ทีมจิตอาสา  จึงลงพื้นที่กับครูซิ้มกับครูจอย

          ครูเองก็เก็บเอกสาร คอมพิวเตอร์  ตลอดเวลาก็โทรประสานกับบ้านทานตะวัน มูลนิธิเด็ก แห่งแรกก่อน  แห่งที่สองคือ สหทัยมูลนิธิ  แต่ละแห่ง  ก็ไม่มีหน่วยงานไหนรับโทรศัพท์   จึงโทรประสานสถานสงเคราะห์แห่งหนึ่ง  บอกเพียงว่ายินดี  ให้ครูพาพ่อเด็กมาด้วยเลย

          หาทางออกถ้าแม่ต้องติดคุกยาว  คือเอาน้องปุ๊ ฝากไว้ที่สถานสงเคราะห์ก่อน   เอาน้องปอมาไว้กับครูก่อนจนกว่าจะเปิดเทอม  แล้วค่อยหาทางออกกันอีกครั้ง

          ประมาณบ่ายสามโทรมาอีกครั้ง  เรื่องปรึกษาเมื่อสักครู่ ผมขอยกเลิกนะครับ  

          ครูบอกว่า ครูกำลังเดินทางไปที่ สน.ลุมพินี  รอครูก่อนไปปรึกษาหารือกันก่อน  พ่อเด็กย้ำว่าครูมาคนเดียวใช่ไหม   ทุกคนกลัวครูเรื่องการแยกเด็ก เพราะชื่อเสียงของครู  คือ “ป้ามหาภัย” เป็นคำร่ำลือกันสำหรับในหมู่ แม่ที่พาลูกมาขอทาน   สิ่งเหล่านี้ถึงจะสร้างความไว้วางใจกันอย่างไร  ลึกๆๆแล้ว กลุ่มที่ครอบครัวเร่ร่อน  แม่และเด็กเร่ร่อน  ก็ยังกลัวกันอยู่

          เมื่อครูไปถึงโรงพัก  ขอกินข้าวเช้า-กลางวัน มื้อเดียวกัน ตอนบ่ายสามครึ่ง  

          สิ่งที่เห็น เห็นพ่อเด็กกับน้องปอ เดินไป-เดินมา ระหว่างช่องลมทางขึ้นของตึกด้านหลังโรงพัก  เดินตลอดเวลา

          ส่วนน้องปุ๊  ร้องไห้ตลอดเวลา ถึงแม้จะขอให้ลูกกินนมแม่แล้ว ตำรวจที่เข้าเวรก็บอกว่าให้ไม่ได้  เพราะในห้องขังห้ามเอาเด็กเข้าไป   เจ้าฟ้า(เป็นผู้หญิง เป็นเด็กเร่ร่อนมาอยู่กินกับ เจ้าแบงค์ ที่เป็นเด็กเร่ร่อนเหมือนกัน) อุ้มอยู่เอาขนมปัง แซนวิช ให้น้องปุ๊กิน  กินน้ำจากขวด  

          ในขณะนั้นครูเองมาเจอสถานการณ์แบบนี้ก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน  อุ้มน้องปุ๊เดินไป-เดินมา ก็ไม่ยอมหยุด




          ฝ่ายพ่อของเด็กออกพยายามใช้ความคิดตลอดเวลาในการที่ไม่ต้องการให้ลูกถูกพรากไปจากอก  ครูเข้าใจทุกคนเป็นอย่างดี    พ่อเด็กเองก็พยายามไปหาซื้อข้าวกล่อง น้ำ ไปให้แม่เด็ก เพราะจะได้เยี่ยมอีกครั้งตอนสี่โมงเย็น

          สำหรับครูเองเมื่อมารับเจ้าปุ๊อยู่ในอ้อมกอดแล้ว ก็คือต้องหยุดร้อง   เหมือนกับสิ่งที่ต้องการตรงกันข้ามกับสิ่งที่เกิดขึ้น  คนละเรื่องเดียวกันเลย  เจ้าปุ๊ตัวจ้ำม้ำ  กับส่งเสียงดังสุดเสียง  แข่งกับหัวใจของครูที่เต้นรั่วเป็นกลองเพลเลย  บีบหัวใจแต่สุดๆๆ

          พ่อของเด็กน้อยได้เข้าไปเยี่ยมแม่  พร้อมเจ้าฟ้า  ส่วนครูพาเจ้าปุ๊ไปร้านสะดวกซื้อ  ที่เดินไปสักประมาณ สามร้อยเมตร  ได้ขวดนมมาสองขวดกับนมกล่องมาสามแพ๊ค  เป็นนมถั่วเหลืองสำหรับเด็ก หนึ่งขวบขึ้นไป  แต่ตอนนี้รออะไรไม่ได้อีกแล้ว ต้องให้เจ้าปุ๊อิ่มท้องก่อน  ทั้งเหนื่อยแล้วก็หอบแล้ว

          พนักงานร้านสะดวกซื้อต่างคนช่วยเหลือครูกันอย่างเต็มที่เริ่มตั้งคิดเงินก่อน  อีกคนวิ่งไปที่ต้มน้ำร้อนแกะขวดนมใช้น้ำร้อนล้างขวดก่อน  อีกคนก็แกะนมรอเทใส่ขวดให้ อีกคนอุ้มเด็กไปก่อน  ให้ครูได้เก็บเงิน  อีกคนหาถุงผ้าให้ใส่ของที่เหลือ   ได้รับการช่วยเหลือเป็นอย่างดี   ไม่ใช่ลูกไม่ใช่หลานใช่ไหม   ครูได้แต่พยักหน้า  เสียงผู้จัดการร้านบอกว่าได้บุญเยอะช่วยคนตกทุกข์ยากลำบากอย่างนี้

          พนักงานบอกว่าพ่อเด็กพามาสองรอบแล้วค่ะ  ได้ขนมปัง  ลืมเลยนมกันไปเลย  พอเห็นครูถามถึงนมไม่มี  ถามถึงขวดนมทุกคนเพิ่งจะนึกได้ว่า  เด็กกินถั่วเหลืองได้   ถึงบางอ้อตอนที่ครูเดินทาง

          พอได้นมถึงปากเจ้าปุ๊  เจ้าปุ๊ดูดจุกนมไม่เป็นอีก   ส่วนเจ้าฟ้าก็เดินตามหาครูทั่วโรงพักไม่เจอครู  เจ้าปอเริ่มร้องไห้คิดว่าครูจะเอาน้องไป  เริ่มโกลาหลกันอีกรอบ  พ่อเด็กก็ใจเสียเพราะอยู่ในห้องขังนั่งคุยกันเมียก่อน  

          ครูเดินมาพร้อมหิ้วนมมาด้วย พร้อมน้ำสองขวด ขนมเจ้าปอ   เจ้าปอเห็นเช็คน้ำตาวิ่งมารับของจากมือครูที่พะรุงพะรังทั้งสองมือ  เจ้าปอบอกว่านึกว่าครูเอาน้องไปแล้ว   ครูจึงบอกว่าไปซื้อนมให้น้อง  เพราะน้องปุ๊ร้องตลอดเวลาเพราะหิว




          เจ้าฟ้าออกมาจากห้องขัง   บอกว่าแม่ใจอยากเจอครู   ครูเดินผ่านห้องขังเข้าไปห้องในสุด เพราะเป็นห้องผู้หญิงคนเดียว ลึกพอสมควร  พอไปถึง แม่ใจ ก้มกราบระหว่างลูกกรง พร้อมยื่นมือผ่านลูกกรงขังมา ครูค่ะช่วยครอบครัวนี้  หนูจะไปรับฝากอะไรใครกี่แล้ว  ครูเตือนแล้วเตือนอีก ให้ระหว่างเรื่องยาเสพติด  เพราะเป็นครอบครัวเร่ร่อนจะถูกกล่าวหาได้ตลอดเวลาเพราะไม่มีที่อยู่ที่แน่ชัด  ให้ระหว่างทุกเรื่อง

          ครูช่วยครอบครัวหนูด้วยขอยืมเงินครูก่อน  ขอเป็นเงินประกันตัวชั่วคราว  เพราะแฟนหนูเงินไม่พอ ขอกราบครูช่วยหนูด้วย      หนูสัญญาว่าจะไม่เกี่ยวข้องยา ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเสี่ยงๆๆ อีกแล้ว  หนูจะดูแลลูกให้ดีคะครู   หนูกราบๆๆ 

 ครูเองไม่มีเงินหรอกนะ  แต่มีเงินที่ครูส่งประกันชีวิต  จำเป็นจริงๆครูจะถอนมาให้ก่อน  แต่ครั้งนี้ครูไม่ให้  ต้องคืนครูนะ  เพราะเป็นเงินส่งประกันจริงๆๆ

เสียงเจ้าปุ๊ร้องเสียงดังมากๆ  จนตำรวจร้อยเวรที่เฝ้าห้องขังทนไม่ไหว   แค่ครูเองก็ทนไม่ไหวจริงๆ เสียงดังปนสะอื้นเป็นช่วงๆ   ช่างบาดหัวใจของคนเป็นแม่

ตำรวจเดินเข้ามาห้องขังว่าให้ออกไปดูลูกหน่อย  ได้แค่หน้าห้องนะ ไม่ให้ลูกเข้ามานะ แม่ยื่นมือไปหาลูกได้    แม่ใจยื่นมือที่สั่นไปกอดลูกโดยมีลูกกรงกั้นกลาง  เป็นภาพที่ทรมานหัวใจของครูเหลือเกิน  น้ำตาของแม่ใจหลั่งตลอดเวลา หยอดลงไปที่แก้มของลูกน้อย

เด็กน้อย เมื่อได้มือที่คุ้นเคยก็เงียบสงบ มือน้อยๆของเด็กก็คลำหานมที่คุ้นเคยและกระหายเป็นอยากมาก  อยากได้น้ำนมขาวๆๆที่เคยกินเคยเล่น   แต่ครั้งนี้มันดูดไม่ได้  ถึงแม้จะโน้มตัวมากอย่างไร ยิ่งโน้มเหมือนยิ่งห่าง  ออกไป

เสียงดังเหมือนคำพิพากษาบอกว่ากลับไปเข้าห้องขังได้แล้ว แม่ลูกอยู่ด้วยสักประมาณ 5 นาที  เมื่อแม่ลูกผลักออกจากกัน  เสียงเจ้าปุ๊ก็ดังแทรกเข้ามาเหมือนฟ้าถล่มทะลายทันที   เบ่งเสียงดังสุดเหมือนนกหวีดที่เป่าสุดแรงเกิน  โหยหายสิ่งที่พราก

ครูก้าวเท้าออกจากห้องขังไปช้อนตัวเจ้าปุ๊อุ้มออกไปด้านหน้าโรงพัก ซึ่งติดถนนคนเดินผ่านเป็นจำนวนมาก   เจ้าปุ๊ก็ร้องดังขึ้นเรื่อยๆ  ด้วยความเกรงใจเจ้าหน้าที่ที่กำลังสอบสวนเพราะเสียงของเจ้าปุ๊อาจสร้างความหงุดหงิดได้ตลอด  บางคนเริ่มมองหน้าครูแล้ว   คนที่เดินผ่านมาจะบอกร้องทำไหมเงียบเถอะ   ครูเองก็บอกเจ้าปุ๊ตลอดเวลา


พ่อของเจ้าปุ๊   ออกจากห้องขังมาก็เข้ามากราบเท้าครู  ครูก็ตกใจ  เขาบอกว่าครูต้องมาเสียเงินกับครอบครัวของเขาอีกแล้ว

ครูจึงบอกว่าให้ยืมนะคราวนี้   ให้ยืม

พ่อเด็กบอกว่า แค่ให้ยืมก็บุญคุณมาก  ไม่อย่างนั้นความเป็นครอบครัวมันสลายหายไปเลย  ผมเองก็ไม่มีปัญญารักษาครอบครัวไว้ให้นานที่สุด

ครูครับจะกลับพร้อมผมไหม  ลูกผมมันเหนื่อยมากแล้วครับ  คืนนี้ต้องฝากเจ้าฟ้าดูแล  ผมก็ต้องวิ่งมาดูจากการเข้าเวร

จึงหันไปหาน้องปอ  มีอาหารเย็นนี้หรือยัง   เจ้าปอหันมาบอกว่าหิวค่ะ  จึงซื้อกำกับข้าวสองถุง ส่วนข้าวจะไปหุงเอง เผื่อเจ้าบอล เจ้าแบงค์  ซึ่งตำรวจปล่อยตั้งแต่เวลาสามโมงครึ่ง

เมื่อส่งทุกคนขึ้นไปเรียบร้อยแล้วครูก็นั่งรถแท็กซี่มามูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก เพื่อเอาบัญชีไปเบิกเงิน เตรียมประกันตัวชั่วคราว

เช้าของวันรุ่งขึ้น นัดกันที่โรงพัก เวลา 10.00 น. แต่ตำรวจส่งตัวไปศาลอาญาใต้ตั้งแต่ 8.00 น.  ครูเองยังอยู่บนรถแท็กซี่  บนทางด่วนอยู่เลย

พ่อเด็กก็กังวลเป็นอย่างมากว่า ครูมาจริงๆนะ  จึงบอกว่าไปคอยครูที่ศาลอาญาใต้กรุงเทพก่อนได้เลย

ครูกำลังเดินทางไป ใจเย็นๆ  ครูเองก็ใจร้อนเป็นไฟเหมือนกัน

ครูต่อรถแท็กซี่ไปศาลอาญาใต้   ซึ่งรถแท็กซี่ที่ครูนั่งไปไปไม่ถูก จึงต้องลงที่คลองเตย  แล้วต่อรถแท็กซี่อีกคันหนึ่ง  ไปถึงศาลอาญา  9.00 น.  งานนี้ขอกินข้าวก่อน

เมื่อไปถึงเจ้าปุ๊ตาแป๋ว  จองมองหน้าครูตลอดเวลา  เอาเงินให้พ่อเด็กไปดำเนินการขอประกันตัว  ส่วนเจ้าฟ้า กับน้องปอ  ให้ออกไปหาข้าวมากินเพราะยังไม่ได้กินอะไรกันเลย  เจ้าปุ๊อิ่มด้วยนม 3 แพ๊คเหลือกล่องเดียวเท่านั้น

ส่วนเจ้าปุ๊ก็อยู่บนบ่าของครูตั้งแต่ เก้าโมงจนกว่าจะเสร็จ เที่ยง  นอนหลับอย่างสงบไม่มีอาการร้องแต่อย่างใด  ต่างกับเมื่อวานตอนเย็น

จนถึงเวลา 12.30 น.แม่ใจได้เดินออกมาจากห้องกันตัวที่ศาลอาญาใต้กรุงเทพมหานคร  มากราบครูอีกครั้ง เจ้าปุ๊เหมือนรู้ว่าแม่ เปิดตาทันที  ทั้งสองคนแม่ลูกผวาเข้าหากัน ทั้งหอมทั้งกอดกัน เจ้าปอต้องเข้าไปกอดด้วย

ภาพเหล่านี้คือน้ำหล่อเลี้ยงในการทำงานครู