banner
407
อังคาร ที่ 14 เดือน มกราคม พ.ศ.2563 แก้ไข admin

วันเด็กเคลื่อนที่...โรงเรียนเด็กก่อสร้างเคลื่อนที่

 

นางสาวทองพูล  บัวศรี

ผู้จัดการโครงการครูข้างถนน  มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก

 

            วันเด็กทุกปีจะตรงกับวันเสาร์ที่ 2 เดือนมกราคม สำหรับในปี พ.ศ. 2563  ตรงกับวันที่ 11 มกราคม 2563  ปีนี้ทุกหน่วยงานทุกสถานที่ จัดงานวันเด็กให้เด็กกันอย่างสนุกสนานทุกพื้นที่  แต่มีกลุ่มเด็กอีกกลุ่ม หนึ่ง ที่ไม่กล้าจะออกจากพื้นที่  ด้วยหลายสาเหตุ

          -เด็กลูกกรรมก่อสร้างเหล่านี้ ไม่มีเอกสารแสดงตัวตน  รวมไปถึงพ่อกับแม่ที่เข้าเมืองมาอย่างผิดกฎหมาย  เด็กเหล่านี้จึงต้องหมกตัวอยู่ในแคมป์บ้านพักเท่านั้น

          -พ่อ,แม่  บางครอบครัวไม่ใช่วันหยุดงาน  จึงไม่มีใครพาไปยังสถานที่จัดงานต่างๆ

          -การเดินทางของแม่กับเด็กไปไหนไม่ถูกเหมือนกัน  เพราะออกไปเดินกลัวตำรวจจับเพราะไม่มีเอกสาร  จึงไม่มาเด็กไปที่ไหนทั้งนั้น

          อีกประการหนึ่ง การเดินทางไปนอกบ้านพัก คือการเสียเงินในการเดินทาง แม่เหล่านี้ จะคอยครูว่าจะมาจับกิจกรรมวันเด็กในบ้านพัก

          ทางโรงเรียนเด็กก่อสร้างเคลื่อนที่  ได้มีกิจกรรม “วันเด็กเคลื่อนที่ ” ในช่วงวันที่ 11-17 มกราคม 2563 โดยจะใช้รถของโรงเรียนเด็กก่อสร้างเคลื่อนที่ วิ่งไปหาเด็กลูกกรรมกรก่อสร้าง ตามที่พักจำนวนทั้งสิ้น 16 แห่งด้วย   ด้วยการเตรียมของที่หาได้จากผู้บริจาคผ่านมายังมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก คือ

          (1) เตรียมตุ๊กตา จำนวน 150 ตัว ใส่ถุงไว้ท้ายรถ

          (2) ชุดอุปกรณ์การเรียนพร้อมสีไม้  จำนวน 100 ชุด

          (3) นมกับขนม เพื่อให้เด็กได้กิน เป็นของว่าง  เด็กเองก็จะบอกอร่อยที่สุด 

          ทางโรงเรียนเด็กก่อสร้างเคลื่อนที่ ได้เริ่มกิจกรมตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2563  ที่แคมป์ของหลักหก ชุมชนเก้าไร่



          เมื่อรถโรงเรียนเด็กก่อสร้างเคลื่อนที่ ไปถึง เด็กๆช่วยกันขนของลงจากรถ ซึ่งในวันนั้นทางบริษัทอิตาเลี่ยนไทย  ได้จัดอาหารเป็นข้าวหม้อ แกงหม้อ และขนมเป็นกล้วยทอดให้กับเด็กมีไอครีมอีกหนึ่งถัง

          สำหรับครูซิ้ม  (นางมลวิภา  ลีลายุทธ) ได้เตรียมโดนัท จำนวนกว่า 100 ชิ้น  น้ำเต้าหู้จำนวน 50 ถุง พร้อมปลาท่องโก จำนวนอีก 100 ตัว  ให้เด็กและครอบครัว ต่างกินอาหารกันอิ่มก่อน 

          เริ่มต้นด้วยการวางตุ๊กตาเต็มหน้าเวที  พร้อมกับชุดอุปกรณ์การเรียน อีก 70 ชุดวางไว้  เริ่มจากให้เด็กได้เข้าแถว เรียงจากเด็กเล็กไปยังเด็กโต

          (1)  น้องหนูตัวน้อยจำนวนกว่า 15 คน ที่แม่อุ้มมาตั้งแต่แบเบาะกันเลย จนถึงอายุ 2 ขวบ  ให้แม่อุ้มไปที่กองตุ๊กตา  เด็กกลับเฉยๆไม่เลือก แต่เดินไปที่อุปกรณ์การเรียน ขอเลือกสีไม้,สีเทียนแทน  ครูเองก็คาดผิด  เพราะคิดว่าเด็กต้องเอาตุ๊กตา

          (2) ครูเองเตรียมไว้สองอย่าง คือให้ทั้งตุ๊กตากับอุปกรณ์การเรียน กลายเป็นว่า ตุ๊กตาต้องเกิดอาการแบบบังคับให้เด็ก  งานนี้ เด็กก็รับแบบเซ็งๆๆ

          ครูจึงต้องดึงตัวเด็กออกมาจากวงแล้วถามว่า  ทำไมต้องการอุปกรณ์การเรียน เด็กทั้งชายและหญิงต่างบอกว่า อุปกรณ์การเรียนที่ใช้ในการเรียนการสอน มันเปลื้องมาก  ยิ่งช่วงเดือนนี้ ครูที่โรงเรียนสั่งงานเยอะมาก และต้องใช้สีไม้ระบายสีทุกชิ้นงานที่ส่งครู




          แต่ช่วงนี้ครูไม่ได้เอาสมุดมาให้  เด็กบอกว่าสมุดต้องใช้ของโรงเรียน แต่พวกปากกา กระดาษ เอสี  สีไม้ สีน้ำ สำคัญมาก   เวลาทำงานส่งครูไม่ระบายสีงานออกมาไม่สวยครูประจำวิชาไม่รับส่งงาน   บางครั้งขอเงินไปซื้ออุปกรณ์เหล่านี้  แม่จะบอกว่าไม่มี เรียนอะไรมันเปลื้องมาก  ขอบคุณนะครู  ผมของสีไม้ 2 กล่องนะครับ

          สำหรับครูเองงงค่ะ  เพราะด้วยว่าอุปกรณ์เหล่านี้ที่โรงเรียนเป็นแจก ตามคูปองที่เด็กควรจะได้  แต่ใช้ได้เพียงแค่ สองเดือนเท่านั้น   นอกจากนั้นเด็กกับผู้ปกครองต้องรับผิดชอบเอง  งบประมาณที่ทางกระทรวงศึกษาธิการมอบผ่านโรงเรียนมาลงมาที่ตัวเด็กไม่เพียงพอ

          เด็กชายสมชาติ(นามสมมุติ) ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1 โรงเรียนแห่งหนึ่งที่เขตดอนเมือง  ครูผมขอสมุดหกเล่ม  พร้อมกับกระดาษทำรายงาน(กระดาษนี้ต้องซื้อที่โรงเรียนเพราะมีตราโรงเรียนเท่านั้น) ผมต้องใช้ไม่กินขนม เอาเงินมาซื้อกระดาษทำรายงาน     บางครั้งผมต้องเอาเงินเป็นค่าเงินกลุ่ม เช่น การ

ปริ้นสี เป็นงานกลุ่ม   การถ่ายทำรายการด้วยมือถือ  พวกผมไม่มีมือถือดี  แล้วส่งงานทางไลน์และยูทูป   ทุกอย่างใช้เงินหมด  เสียงสะท้อนจากเด็กคนหนึ่ง




          มาถึงเด็กผู้ชายที่ขอกล่องสีและอุปกรณ์ 4 อัน  บอกว่าน้องสาวและหลานอยู่ต่างจังหวัด  ต้องใช้เหมือนกัน  เมื่อคืนเพิ่งโทรมาบอกแม่ว่า ขอให้ซื้อไม้กันดินสอสีให้ด้วย  โชคดีที่แม่ไม่ต้องเสียซื้อให้น้อง  ขอแบ่งไปให้น้องที่บ้านต่างจังหวัด 3 ชุดนะครู  ขอบคุณครับ

          แม่เด็กคนหนึ่งเดินเลาะมาที่รถโรงเรียนเด็กก่อสร้างเคลื่อนที่  มาขอชุดอุปกรณ์การเรียนกับสมุดจำนวน 10 เล่มจะส่งไปให้ลูกที่เรียนต่างจังหวัด  เด็กเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และปีที่ 5  ฝากยายดูแลอยู่   โทรมาขออุปกรณ์การเรียนเพราะต้องทำรายงานส่งครู  

          เด็กน้องฝาแฝด สองคนพี่น้องหน้าตาน่ารักมาก  ก็อยากได้อุปกรณ์การเรียนเหมือนกัน  งานนี้สะท้อนว่าการที่ครอบครัวจะจ่ายเป็นค่าอุปกรณ์การเรียนของลูก ให้ความสำคัญเป็นประเด็นสุดท้ายของครอบครัว  ยิ่งเสียงแม่บอกว่าเปลื้องมากเลยครู   ยิ่งช่วงนี้ครูสั่งงานเยอะไปหมดทั้งงานกลุ่ม งานเดียว  แม่เองก็สอนลูกไม่ได้ ไม่มีเวลาด้วย 

          ของขวัญเด็กของครูซิ้ม  ขายดีมากคืออุปกรณ์การเรียน  ที่เด็กๆๆ ต้องการ

          โรงเรียนเด็กก่อสร้างเคลื่อนที่ จะเคลื่อนไปแหล่งก่อสร้างให้ครบภายในอาทิตย์นี้ ทั้ง 16 แห่ง